เซลล์ขายรถ “ยุคดิจิทัล” ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมบ้าง?? (อัพเดท)

เซลล์ขายรถ

เซลล์ขายรถ ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาชีพที่ยังคงต้องการอยู่ทุกยุคทุกสมัย เพราะจะให้เปลี่ยนรถยนต์ให้กลายเป็นดิจิทัลก็คงเป็นไปได้ยาก เพราะอย่างไรก็ตาม มนุษย์ก็ยังคงต้องเดินทางสัญจรไปมาโดยอาศัยยานพาหนะอยู่ดี และ ที่สำคัญรถยนต์ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยในการดำรงชีวิต ของผู้บริโภคยุคนี้ ไปแล้ว ก่อนที่เราจะได้เรียนรู้ว่ามีเรื่องราวหรือทักษะ อะไรบ้างที่เซลล์ขายรถยุคใหม่ในยุคดิจิตอล 4.0 จำเป็นต้องเรียนรู้เพิ่มเติม เราก็ควรมาทำความรู้จักกับ เซลล์ขายรถ คำๆนี้ให้ดีเสียก่อน

เซลล์ขายรถ คือ พนักงานที่ทำหน้าที่นำเสนอ รถยนต์ ให้กับลูกค้า จนกระทั่งสามารถปิดการขาย ได้ หรือ โดยส่วนใหญ่จะใช้คำเรียกกันว่า พนักงานขายรถ หรือ ที่ปรึกษาการขายรถ นั่นเอง

ปัจจุบัน พฤติกรรมผู้บริโภค ค่อนข้างจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเป็นอย่างมาก แต่ยานพาหนะ อย่างรถยนต์ก็ยังมีพัฒนาการที่ไม่ได้ต่างไปมากนัก นั่น คือ ประเด็นหลัก ของประโยชน์ ของรถยนต์ ก็คือ การนำพาหรือเป็นยานพาหนะที่จะพาผู้โดยสารไปจากจุดหนึ่ง ให้ถึงยังอีกจุดหนึ่ง ดังนั้น ตลาดของรถยนต์ ก็ยังคง มีปริมาณ มาก ให้เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลแบบนี้อยู่ดี แต่ในเมื่อสิ่งที่เปลี่ยนไป คือ พฤติกรรมของผู้บริโภค

โดยอาจเห็นได้ชัดว่า ปัจจุบันผู้บริโภคอาจจะ มีการลด การเดินทางลงไป อย่างมีนัยยะสำคัญ เนื่องจากหลายๆปัจจัย เช่น การช้อปปิ้งที่สามารถทำได้ในรูปแบบออนไลน์ หรือ การบริโภคสื่อต่างๆที่ไม่จำเป็นต้องออกไปนอกบ้าน หรือ นอกอาคารสถานที่ แต่สามารถทำได้ผ่านโลกดิจิทัลได้ทันทีด้วยเหตุนี้เองการเดินทางออกจากบ้านออกจากที่พักของผู้บริโภคก็อาจจะน้อยลง

แต่ในทางกลับกัน เรื่องของการขนส่ง transportation ที่กลายมาเป็นความจำเป็นในยุคปัจจุบัน เพราะยิ่งผู้บริโภค ไม่ต้องการที่จะออกจากบ้านมากเท่าไหร่ การจัดส่งและขนส่งสินค้าไปให้ถึงยังผู้บริโภค ก็ยิ่งจำเป็นมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น ปริมาณการใช้รถยนต์โดยส่วนมากก็จะกลายมาเป็นการ ซื้อรถยนต์จาก องค์กรหรือในรูปแบบบริษัทเพื่อใช้ในการขนส่ง Logistic และ นำส่งสิ่งของต่างๆโดยระบบจัดการลักษณะนี้จะถูกเรียกว่า โลจิสติกส์ ที่เป็นที่รู้จักกันอย่างมากในปัจจุบัน

จากปัจจัยหลากหลายที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนี้ บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ก็ยังมีความต้องการเป็นอย่างยิ่งที่จะเข้ามากิน ส่วนแบ่งการตลาด ในรูปแบบนี้ คือ ในลักษณะของการขายรถยนต์ให้กับองค์กร รวมถึง การขายรถยนต์ส่วนบุคคล ในการใช้ประโยชน์ทั่วไป และ สุดท้ายความสำคัญก็จะย้อนกลับมาสู่หน้าที่หลักที่ทำให้ตลาดนี้ยังคงน่าสนใจอยู่นั่น คือ เซลล์ขายรถ

แต่อย่งไรก็ตาม เซลล์ขายรถ ก็จำเป็นต้องเรียนรู้เรื่องราวเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคในการใช้ช่องทางออนไลน์ เพื่อที่จะใช้ประโยชน์และใช้พลังของช่องทางออนไลน์หรือช่องทางดิจิทัลนี้ ในการสร้างยอดขายเพิ่มโอกาสการขายรวมถึงปิดการขายให้ได้มากที่สุด ดังนั้น ในฐานะ ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ วันนี้ผมมี เทคนิคกลยุทธ์ และแผนการต่างๆ จะมาแนะนำ โดยตรงกับผู้ที่ทำหน้าที่เซลล์ขายรถ พนักงานขายรถ ผู้จัดการฝ่ายขาย รถยนต์รวมทั้ง ที่ปรึกษาการขายรถ ให้ได้เรียนรู้กันว่า จำเป็นจะต้องปรับตัวและเตรียมพร้อม กลยุทธ์แบบไหนให้เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่กำลังมองหาและต้องการซื้อรถยนต์กันอยู่

เซลล์ขายรถต้องรู้จักใช้ประโยชน์จาก application บนมือถือเพื่อสร้างสื่อการขายด้วยตัวเอง

หากคุณมองว่าอุปกรณ์ที่คุณใช้สำหรับเล่นเน็ตและโทรศัพท์ที่ติดตัวคุณอยู่ตลอดเวลาแม้กระทั่งยามตื่นนอนจนถึงก่อนหลับตา ใช้ได้เพียงแค่นั้นคุณก็อาจจะไม่สามารถเป็น เซลล์ขายรถ ขั้นเทพได้ เพราะว่า สิ่งที่คุณใช้อ่าน Content นี้อยู่ มันให้อะไรมากไปกว่านั้น สำหรับ พนักงานขายรถหรือเซลล์ขายรถ สิ่งที่ควรใช้ประโยชน์จากมือถือให้ได้มีดังนี้

1. สามารถใช้อุปกรณ์มือถือในการค้นหาข้อมูลผ่าน Google ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งนี่เป็นทักษะง่ายๆ ที่ทุกคน แม้กระทั่งเด็กเล็กๆก็สามารถใช้ประโยชน์กันได้อย่างคล่องแคล่ว

2. สามารถใช้อุปกรณ์มือถือ ว่ากันด้วยเรื่องของแอพพลิเคชั่น Social Network เพื่อเป็นช่องทางในการ สร้างโอกาสการขายให้กับตัวเองได้เช่น ใช้ Facebook marketplace ในการนำเสนอรถยนต์ได้ หรือ ถ่ายทำวีดีโอลง YouTube หรือ Live Facebook เพื่อนำเสนอรถยนต์ ออกใหม่และรีวิวต่างๆเกี่ยวกับรถยนต์คันนั้น

3. สามารถใช้แอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวกับการตกแต่งรูปภาพ รวมทั้ง การตัดต่อวีดีโอแบบง่ายๆ เพื่อนำเสนอเพิ่มโอกาสทางการขายรถ ไปยังช่องทางออนไลน์ต่างๆ

เพียง 3 ข้อง่ายๆ คุณก็สามารถ เปลี่ยนมือถือและ Application ธรรมดา เป็นโอกาสการขายได้ทันที และ เพียงแค่คุณลงมือปฏิบัติตาม 3 ข้อนี้เท่านั้น เดือนนี้ค่าคอมมิชชั่นคุณอาจจะสามารถปิด ค่าบ้าน ค่ารถ และ พาคุณเที่ยวต่างประเทศได้เลยทีเดียว จงจำไว้ว่าความยิ่งใหญ่ของอินเทอร์เน็ต ที่คุณสามารถเปิดประตูเข้าไป ทำได้ผ่านมือถือของคุณแค่เครื่องเดียว

เซลล์ขายรถต้องเรียนรู้เรื่องการสร้างแบรนด์บุคคลหรือการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์

ทำไมจะต้องนำเสนอตัวเองบนโลกออนไลน์ เพื่อให้ตัวเองดังอย่างนั้นหรือ มันจะเป็นประโยชน์ ได้หรือไม่ ทำไมคนสมัยก่อนจึงมีคำพูดที่ว่า รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง เราจำเป็นต้องมีชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จักบนโลกออนไลน์จริงหรือ คุณอาจมีคำถามมากมายในลักษณะเดียวกันนี้

แต่ต้องตอบในฐานะของเซลล์ขายรถว่า ถ้าลูกค้าไม่รู้จักคุณว่าคุณเป็นเซลล์ ที่ขายรถยี่ห้อที่เขาต้องการ คุณลองเดาดูสิว่า เมื่อ ลูกค้าตัดสินใจจะซื้อรถเขาจะ มาซื้อที่คุณหรือไม่

ถ้าคุณตอบคำถามง่ายๆแบบนี้ได้แล้วล่ะก ็ถึงเวลาแล้วล่ะ ที่คุณจะต้องนำเสนอตัวเองให้ไปถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุด และ ให้ลูกค้ารู้จักและจดจำตัวคุณในฐานะของเซลล์ขายรถ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกค้าตัดสินใจจะซื้อรถ หรือ ญาติสนิทมิตรสหายของเขา ต้องการมองหารถดีๆสักคัน ชื่อของคุณ หน้าของคุณ จะปรากฏขึ้นมาในใจของเขาเหล่านั้นทันที

และนี่แหละ คือ อำนาจ และ ประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่มหาศาลในเรื่องของ การสร้างแบรนด์บุคคล สำหรับเซลล์ขายรถอย่างคุณ จงจำไว้ว่าลูกค้าในปัจจุบันมีอำนาจการตัดสินใจสูงมาก ดังนั้น เมื่อลูกค้าต้องการจะซื้อสินค้าอย่างรถยนต์ เขาไม่จำเป็นต้องรอให้คุณแนะนำข้อมูลใดๆเลย ในบางกรณีเขาต้องการแค่คนรับเงิน เพื่อนำรถมาส่งให้เขาเพียงแค่นั้น เพราะข้อมูลต่างๆเขามีพร้อมหมดแล้ว เหลือเพียงอย่างเดียว คือ การชำระเงิน จงเป็นบุคคลคนนั้นที่ลูกค้าคิดถึง ในขณะที่เขาต้องการชำระเงินเพื่อซื้อรถ เพราะนั่นจะทำให้โอกาสของยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเกิดขึ้นกับคุณเพียงคนเดียว

หลักการของการ สร้างแบรนด์ตัวตนบนโลกออนไลน์ แบบพื้นฐานง่ายๆสามารถเริ่มได้ด้วยตัวเอง มีดังนี้

1.นำเสนอเรื่องราว ในแบบเรื่องเล่า ตัวอย่างเช่น ใช้ตัวคุณเอง เป็น ตัวละครดำเนินเรื่องโดยเริ่มต้นจาก การใช้ชีวิตประจำวันอย่างปกติ แล้วเกิดพบว่ามีปัญหาบางอย่างหรือได้เผชิญกับอุปสรรคบางอย่างและในที่สุดคุณก็สามารถแก้ไขปัญหานั้นได้ และผ่านอุปสรรคมาได้ จนสำเร็จได้ในที่สุด

2.นำเสนอ Content แบบให้คุณค่าและมีประโยชน์บางอย่าง กับ ผู้ฟังหรือกลุ่มลูกค้าโดยตรง ตัวอย่าง เช่น ในเรื่องของการเป็นเซลล์ขายรถคุณก็สามารถนำเสนอ ตัวตนผ่านการ รีวิว หรือ การใช้งานรถยนต์คันนั้น ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบ หรือ เทคนิคบางอย่าง ที่ทำให้สามารถใช้รถได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. อาศัยความถี่ ความบ่อย การทำเป็นประจำ อย่างมีหลักการ เพื่อให้แบรนด์บุคคลหรือการสร้างตัวตนเป็นที่จดจำได้ในกลุ่มลูกค้า คุณต้องอาศัยการนำเสนอตัวตนของคุณให้กลุ่มลูกค้าได้เห็นบ่อยครั้ง เพียงพอจนเกิดความคุ้นเคย และ จดจำได้

เซลล์ขายรถต้องรู้จักวิเคราะห์และเจาะลึก พฤติกรรม ผู้บริโภค ในกลุ่มลูกค้ารถยนต์

ทำไมเราต้องเรียนรู้พฤติกรรมของลูกค้าหรือผู้บริโภค แล้วในตำแหน่งหน้าที่เซลล์ขายรถจําเป็นด้วยหรือที่ต้องวิเคราะห์และเจาะลึก พฤติกรรมของผู้บริโภค ขนาดนั้น

ถ้าคุณกำลังเกิดคำถามแบบนี้อยู่ในใจ ก็ต้องบอกได้เลยว่าคุณเป็นบุคคลที่เกิดในยุคสมัยของการตลาดแบบมวลชน หรือ Mass Marketing เพราะว่า ความคิดนี้คือ ผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นเหมือนกันหมดและมีความต้องการเหมือนกันหมด รวมทั้ง โอกาสในการเลือกซื้อเลือกใช้หรือการบริโภคนั้นค่อนข้างมีจำกัด และนี่คือรูปแบบพฤติกรรมของมนุษย์ในยุคสมัยก่อนโลกออนไลน์มีจะบังเกิดขึ้นในโลกนี้

แต่คุณลองจินตนาการดูสิว่า หากคุณเป็นพนักงานขายรถที่พยายามจะขายรถกระบะ ให้กับนักศึกษาสาวที่กำลังจะเข้าปี 1 ในมหาลัยชื่อดัง ใจกลางกรุงเทพฯ คุณว่าโอกาสในการปิดการขายในฐานะเซลล์ขายรถอย่างคุณจะทำได้มากน้อยแค่ไหน และนี่คือเหตุผลที่คุณน่าจะตอบใจตัวเองได้แล้วว่า ทำไมเราจึงต้องวิเคราะห์และเจาะลึกพฤติกรรมลูกค้าของเราโดยละเอียด เมื่อคุณเห็นความสำคัญนี้แล้ว ก็จะเสนอ หลักการเพื่อตรวจสอบและใช้ในการ รวบรวมข้อมูล ดูพฤติกรรมผู้บริโภคและนำมาวิเคราะห์เพื่อใช้ในการสร้างโอกาสการขายสำหรับตำแหน่งหน้าที่เซลล์ขั้นเทพอย่างคุณ

1. ออกแบบ Customer Persona หรือ ลูกค้าในอุดมคติที่คุณจะต้องการขาย รถไปยังลูกค้ากลุ่มนี้โดยเอาให้ชัดเจน ชัดจนกระทั่งเห็นภาพเหมือนกับว่าลูกค้าคนนั้นนั่งอยู่ตรงหน้าของคุณ คุณต้องรู้จักชื่อ หน้าตา ผิวพรรณ อายุ ส่วนสูง พฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเขา เขามีความกลัวอะไร และ ชอบอะไร และ ชอบทำกิจกรรมแบบไหน ในสถานที่ไหน คุณควรจะคิด และ ใช้จินตนาการของคุณ ร่างแบบลูกค้าในอุดมคติคุณออกมาให้ชัดเจน

2. สำรวจตลาดว่า ในความเป็นจริงแล้วลูกค้าในอุดมคติที่คุณออกแบบไว้ ในข้อ 1 มีความต้องการในการซื้อสินค้าหรือรถยนต์ในรุ่นที่คุณต้องการขายจริงหรือเปล่า การออกสำรวจแบบนี้ทำได้ 2 รูปแบบคือ การสัมภาษณ์หรือการสอบถามข้อมูลทั่วไปกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง กลุ่มเป้าหมายที่มีลักษณะเหมือนกับลูกค้าในอุดมคติที่คุณร่างแบบไว้ สอบถามข้อมูลเชิงลึกว่า ความเป็นจริงแล้วรถยนต์รุ่นที่คุณกำลังจะขายให้เขา พวกเขามีความสนใจซื้อและมีอำนาจในการตัดสินใจซื้อมากน้อยแค่ไหน หรือ อีกรูปแบบหนึ่งคุณสามารถใช้เครื่องมือออนไลน์ในการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายแบบทางสถิติได้ด้วยเครื่องมืออย่างเช่น Facebook audience insights หรือ Google Affinity เครื่องมือต่างๆ เหล่านี้ จะสามารถบอกข้อมูลทางสถิติ ให้กับคุณเพื่อประเมินโอกาสในการซื้อรถยนต์รุ่นที่คุณจะขายสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่คุณตั้งไว้

3. สรุปและประเมินผลเพื่อปรับปรุง พร้อมลงมือปฏิบัติในทันที สำหรับข้อ 3 นี้เมื่อคุณผ่านหลักการในการสร้างลูกค้าในอุดมคติและตรวจสอบได้แล้วว่ากลุ่มนี้มีความต้องการซื้อจริงและมีกำลังการซื้อมีอำนาจตัดสินใจในการซื้ออย่างแน่นอน ขั้นที่ 3 นี้ คือ คุณจำเป็นจะต้องออกแบบ promotion ออกแบบ เทคนิคการขาย หรือ สร้างแรงจูงใจ ชักจูงใจโน้มน้าวใจให้คนที่เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณ ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น และในข้อ 3 นี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ทักษะการขายที่คุณมีอยู่แล้วนำมาผสมผสานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ลูกค้าหรือผู้บริโภคในยุคออนไลน์นี้ ได้มีการจำแนกเส้นทางการตัดสินใจก่อนจะทำการซื้อหรือชำระเงิน ออกมาหลากหลายโมเดล แต่ที่ง่ายที่สุดและจับต้องได้ที่สุดคือ แบ่งเป็น 3 ระยะดังนี้ ระยะดูอย่างเดียว ระยะกำลังตัดสินใจ ระยะต้องการซื้อทันที

ข้อมูล เส้นทางการซื้อของลูกค้าหรือที่เรียกว่า customer Journey ที่แบ่งออกเป็น 3 ระยะง่ายๆแบบนี้ จะทำให้คุณ เจาะกลุ่มได้ถูกต้องและรู้ว่า กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณกำลังอยู่ในระยะแบบไหน และคุณจะต้องนำเสนอแบบไหน เรื่องเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเซลล์ขายรถที่เรียนรู้ อย่างจริงจัง

เซลล์ขายรถต้องเรียนรู้ เนื้อหาของการสร้าง Content และการเล่าเรื่อง Story telling แบบดิจิตอล

ทำไมเรื่องราวเรื่องเล่า จึงมีอิทธิพลอย่างมาก กับการปิดการขายในยุคดิจิทัล ในฐานะเซลล์ขายรถอย่างคุณ อาจจะยังมีความสงสัยอยู่บ้างว่า การเล่าเรื่องมีความสำคัญขนาดนั้นจริงหรือ และ การเล่าเรื่องเหมือนกับการคุยโวโอ้อวด หรือ โม้ โกหกเรื่องไม่จริงหรือไม่

บอกไว้ได้เลยตรงนี้ว่า ในความเป็นจริงแล้ว การเล่าเรื่อง หรือ Storytelling ถือเป็นอาวุธทางการตลาด และ การขายที่ทรงพลังที่สุด ตั้งแต่มีมนุษยชาติเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ คนเราจะจำข้อมูลและเนื้อหาได้ ถ้ามีเรื่องเล่าประกอบ คุณสามารถทดสอบกับตัวคุณเองได้ ในการเรียนรู้บางอย่าง ถ้าเป็นเรื่องราว คุณก็จะจำมันได้มากกว่าเนื้อหาที่เป็นข้อมูลล้วนๆหรือสถิติต่างๆ ดังนั้น ในยุคของการสร้างคอนเทนต์ผ่านโลกออนไลน์ที่มีเนื้อหา หลากหลายรูปแบบและเกิดขึ้นมหาศาลในทุกๆวินาที

การมีเรื่องเล่าและ Story ที่ดี จะสามารถทำให้ลูกค้าจดจำคุณได้ในฐานะเซลล์ขายรถ และพร้อมที่จะเปิดใจ เปิดโอกาสให้คุณเข้ามา เป็นผู้ช่วยในการเลือกซื้อรถยนต์ของพวกเขา สิ่งที่ควรเรียนรู้สำหรับการสร้าง Content ในแนวของการเล่าเรื่องแบบ Storytelling ในยุคนี้ ก็ไม่ได้ต่างจากการมีนิทานดีๆสักเรื่อง ที่เล่าให้เด็กๆฟัง เพียงแต่นิทานเรื่องนั้นจะต้องเป็นเรื่องจริง และ ดูมีเหตุมีผลรวมทั้งตื่นเต้นจนน่าจะเป็นที่จดจำและสูตรง่ายๆที่ นักเขียนหรือนักประพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่เคยให้ไว้ในการสร้างเรื่องราวที่ทรงอิทธิพลและฮิตติดตลาดอย่างมากมายไว้ง่ายๆ เป็นขั้นตอน ดังนี้

1 มีจุดเริ่มต้น เหมือนทุกคนทั่วไป ธรรมดาและเรียบง่าย

2 เกิดจุดวิกฤตบางอย่างในชีวิต ประสบปัญหาหรืออุปสรรค

3 ออกเดินทางหรือเริ่มค้นคว้าหาทางออกให้กับปัญหาและอุปสรรคเหล่านั้น

4 พบทางออกหรือตัวช่วย หรือ ผู้ช่วยที่เข้ามาทำให้พบแสงสว่าง แก้ปัญหาและขจัดอุปสรรคออกไปได้ อย่างสิ้นเชิง

5 ต้องการนำทางออกและวิธีแก้ไปช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป

ถ้าคุณวางแผนและทำตามรูปแบบนักเล่าเรื่องได้แบบนี้ ก็จะยิ่งทำให้การนำเสนอตัวตนของเซลล์ขายรถอย่างคุณแตกต่างจากคนอื่นๆและ ความสำเร็จก็จะมาถึงคุณได้เร็วกว่าคนอื่นๆแน่นอน

เซลล์ขายรถ ยังต้องฝึกฝนทักษะด้านการขายและการปิดการขาย ในรูปแบบเดิมให้ยิ่งชำนาญมากขึ้น

เคยมีคนกล่าวไว้ว่า Practice Makes Perfect ก็คือ การฝึกฝนจะทำให้ได้ประสบความสำเร็จ อย่างแน่นอน ดังนั้น ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน มีเทคโนโลยีมากมายแค่ไหน Social Media เกิดขึ้นใหม่ๆอีกมากมายมหาศาลแค่ไหน แต่ทักษะเดิมๆในด้านการขาย และ ที่สำคัญที่สุด คือ ทักษะการขายรถยนต์ที่คุณเป็นอยู่นี้ ก็ยังคงไม่เลือนหายไปอย่างแน่นอน

การเป็นเซลล์ขายรถเป็นสุดยอดพนักงานขายรถยนต์ก็จำเป็นจะต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอและอีกทั้งยังต้องฝึกฝน อยู่ตลอดเวลา ทำให้เคยชิน เสมือนคุณใช้ชีวิตประจำวัน เป็นการขายอย่างเนียนทุกลมหายใจ จนดูเหมือนว่าคุณกำลัง ส่งมอบคุณค่า และ ช่วยคนอื่นๆแก้ปัญหา

ทำจนชำนาญคุณก็จะยิ่งประสบความสำเร็จได้ง่าย และ การประสบความสำเร็จในฐานะเซลล์ขายรถหรือพนักงานขาย คือ การที่คุณสามารถแก้ปัญหาให้คนอื่นๆได้อีกมากมาย

ดังนั้น จงคิดและระลึกไว้เสมอว่า การที่คุณสามารถปิดการขายได้และลูกค้าเต็มใจที่จะซื้อ สินค้าหรือรถยนต์คันนั้น นั่นหมายความว่า โลก ดีงามขึ้น ทุกคนมีความสุขขึ้น ตัวคุณเองก็ได้รับผลตอบแทนที่มีค่า ทั้งในเรื่องของ เงินทองรวมทั้งความหมายในชีวิตที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น อีกทั้งลูกค้าที่ได้รับสินค้าตรงตามความต้องการ ก็เหมือนกับการที่เขาได้แก้ปัญหาบางอย่างในชีวิตด้วยการซื้อสินค้าจากคุณ แล้วทั้งหมดทั้งมวล จึงมีแต่ด้านบวก มีแต่เรื่องดีๆที่เกิดขึ้นหากเซลล์ขายรถอย่างคุณสามารถปิดการขายได้มากๆนั่นเอง

ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในเรื่องของ “ เซลล์ขายรถ ยุคดิจิทัล ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมบ้าง “ ด้วยการคอมเม้นต์ด้านล่างนี้หรือทักไลน์มาคุณกันได้ที่ ไลน์ไอดี @brandingchamp << คลิ๊กเลย ..

[Advertorial] สำหรับผู้ต้องการเป็นสุดยอด เซลขายรถ ยุคดิจิทัล แนะนำ หลักสูตร สู่…สุดยอด นัก(ปิดการ) ขายในโลกดิจิทัล ฝ่าวิกฤติโควิด-19 Super (Closing) Salesperson in Digital World during Covid-19 โดย วิทยากร อาจารย์แชมป์ ธิติพลเทียมจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัล

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ : เซลล์ขายรถ, ดีลเลอร์, พนักงานขาย, ตัวแทนจําหน่าย, เจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ : มือถือสมาร์ทโฟน+อินเตอร์เน็ต

สิ่งที่คุณจะได้ : เรียนรู้ทั้งด้านการขาย และการตลาดยุคดิจิทัล Digital Marketing
เรียนรู้การปรับตัวในระหว่างเกิดวิกฤตการณ์ รู้จักช่องทางการขายในโลกออนไลน์ใหม่ๆ
ขั้นตอนวิธีที่ถูกต้องในทางปฏิบัติ เพื่อปิดการขาย และ สร้างโอกาสขายได้มากขึ้นโดยใช้เวลาน้อย และได้ผลลัพธ์มากกว่า แม้อยู่ท่ามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค ผู้อบรมจะสามารถสร้าง วิธีการหรือรูปแบบ ที่ทำให้ลูกค้าเข้ามาหาเอง สร้างยอดขายเพิ่มขึ้นง่ายกว่าเดิม สามารถเริ่มต้นทำการตลาดออนไลน์ ใช้ช่องทางออนไลน์
สร้างโอกาสในการปิดการขายให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
เพื่อ ก้าว สู่…สุดยอด นัก(ปิดการ)ขายในโลกดิจิทัลท่ามกลางวิกฤติโควิด-19

สนใจ หลักสูตรสำหรับ เซลขายรถ เซลล์ขายรถ ติดต่อไลน์ @brandingchamp หรือ โทร. 0631979894 หรือ 0902393987

บรรยากาศ ตัวอย่าง การอบรมทีมขาย พนักงานขาย เซลขายรถ เซลล์ขายรถ ของ ทั้ง TOYOTA และ ISUZU

Originally published at https://www.brandingchamp.com on June 4, 2019.

ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ อันดับ 1 ที่ปรึกษาการตลาด วิทยากรการตลาด วิทยากรการตลาดออนไลน์ รับทำการตลาดครบวงจร รับทำการตลาด รับทำการตลาดออนไลน์

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store